โรงรับจำนำของรัฐก้าวสู่ปีที่ 60 ปวงชนมั่นใจในสธค
โรงรับจำนำของรัฐก้าวสู่ปีที่ 60 ปวงชนมั่นใจในสธค
นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าว วันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 60 ปี สำนักงานธนานุเคราะห์โดยมีนายมานะ เกลี้ยงทอง ผู้อำนวยการได้กล่าวถึงรายละเอียดของการจัดงาน“ก้าวสู่ปีที่ 60 ปวงชนมั่นใจใน สธค.” ขึ้น
สำนักงานธนานุเคราะห์ หรือที่รู้จักกันในนาม โรงรับจำนำของรัฐ จัดตั้งครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2498 ในสมัย ฯพณฯ จอมพลป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในสมัยนั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย และผู้ที่ประสบปัญหาเฉพาะหน้า ขาดแคลนเงินใช้ในการดำรงชีพและการประกอบอาชีพ
โดยนำทรัพย์สินมาจำนำเสียดอกเบี้ยในอัตราต่ำ และเพื่อเป็นการตรึงระดับอัตราดอกเบี้ยรับจำนำ มิให้โรงรับจำนำเอกชนเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จากประชาชนผู้ใช้บริการเกินอัตราที่พระราชบัญญัติโรงรับจำนำกำหนด ปี พ.ศ. 2500 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สถานธนานุเคราะห์” การดำเนินงานระยะแรกมีฐานะเป็นหน่วยงานราชการสังกัดแผนกธนานุเคราะห์กองสวัสดิการสงเคราะห์ กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย
ปัจจุบันสำนักงานธนานุเคราะห์มีสถานธนานุเคราะห์ทั้งหมด 34 แห่ง ตั้งอยู่ในเขตต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร 29 แห่ง ปริมณฑล จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี 2 แห่ง จังหวัดปทุมธานี 1 แห่ง จังหวัดสมุทรปราการ 1 แห่ง และส่วนภูมิภาค จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ จังหวัดระยอง โดยมีวิสัยทัศน์“เป็นสถาบันรับจำนำของรัฐบาล ด้วยบริการที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว และยึดหลักธรรมาภิบาล”เป็นองค์กรสนองนโยบายรัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาทางด้านการเงินเฉพาะหน้าและมุ่งมั่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กรด้วยบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย บริการด้วยความโปร่งใส เอื้ออาทร เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดต่อผู้ใช้บริการ ตลอดระยะเวลา 60 ปี ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาโครงการ รองรับความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่องหลายด้าน อาทิ เช่นการขยายสาขาเพื่อรองรับความต้องการได้ทั่วถึง การปรับเปลี่ยนตัวอาคารให้ดูทันสมัยและสวยงามรวมทั้งการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อให้บริการประชาชนอย่างรวดเร็วและมีมาตรฐานมากยิ่งขึ้นด้วยการนำเครื่องสแกนลายนิ้วมือมาใช้แทนรูปแบบเดิม บาร์โค๊ด เครื่องอ่านบาร์โค๊ด และเครื่องอ่านบัตรประชาชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ สร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้ามากขึ้นด้วย ในอนาคตสำนักงานธนานุเคราะห์หวังที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการทำงานและการให้บริการเพิ่มขึ้นเพื่อให้สำนักงานธนานุเคราะห์เป็นสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับทิศทางการดำเนินงานของสำนักงานธนานุเคราะห์ ปี 2558 และระยะ 5 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2558-2562)นั้น ได้มีแผนขยายสาขาในส่วนภูมิภาค ปีละ 2 สาขา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 มีแผนเปิดสาขาแห่งที่ 35 ตำบลปลวกแดง อำเภอปลวกแดง จ.ระยอง สาขาแห่งที่ 36 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จ.ลำพูน เพื่อให้ประชาชนได้รับการอย่างทั่วถึง
สำหรับในเดือนเมษายนนี้ สำนักงานธนานุเคราะห์ จะครบรอบปีที่ 60 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและขอบคุณชาวไทย สำนักงานธนานุเคราะห์ จึงได้จัดงาน “ก้าวสู่ปีที่ 60 ปวงชนมั่นใจใน สธค.” ขึ้น ภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมมากมาย อาทิเช่น การเสวนา ทิศทางทองกับการปรับตัวของโรงรับจำนำ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านทองคำจากศูนย์วิจัยทอง ,กิจกรรมร่วมสนุกแจกของรางวัลกว่า 100 รางวัล และไฮไลท์ ของงาน การประมูลทรัพย์หลุดจำนำ ซึ่งทางสำนักงานธนานุเคราะห์ขนทรัพย์มูลค่ากว่า 100 ชิ้น ไปให้ทุกท่านที่สนใจประมูลกันด้วย ในวันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2558 ณ ชั้น 7 เซ็นทรัลพระราม 9